[07]Fic/Frist love{KiHae}
posted on 24 Jul 2009 18:22 by cmscentimetresในที่สุดเราก็แต่งฟิคจบกะเค้าได้แฮะ
แปลกใจตัวเองเหมือนกัน
ยังไงก็ฝากคำแนะนำสำหรับมือใหม่คนนี้ด้วยนะคะ
[FIC] Frist love(SF)
Author: CMs (mappok)
Couple: KiHae (KibumxDonghae)
Rate: PG15
“สวัสดีค่ะ วันนี้รายการพยากรณ์รายวันค่ะ” ทุกครั้งที่มาทำงาน 7-11 ผมมักจะเปิดวิทยุ ฟังรายการเดิมๆ ตลอด
“สำหรับ ราศีตุลย์ ช่วงนี้ดวงความรักของคุณจะได้พบคู่แท้ และวันนี้คุณอาจจะได้พบปะ กับเขาได้มากขึ้น”
‘ราศีของเราแฮะ ไอ้ประกาศแบบนี้มีได้ทุกวัน แต่ไม่เห็นจะเป็นจริงซะที’ ผมคิดไปพลางเมื่อเห็นประกาศเมื่อครู่
ติ้ง ต่อง
เสียงออดดังขึ้น ร่างของชายผู้หนึ่งย่างกายเข้ามาใน 7-11 มินิมาร์ทที่ผมกำลังสถิตอยู่ แน่นอนผมไม่ได้เคยเห็นหน้าเขาเป็นครั้งแรก ผมเคยเห็นเขาในเมื่อไม่กี่วันก่อน จากการเข้าใจผิดของเขา เกือบทำให้ผมเสียซิง
ใบหน้าเรียวนั่นหันมาทางผม ทำเอาผมใจดิ้นแทบหลุด พยายามไม่ให้หน้าแดงสุดฤทธิ์ หวังว่าเขาคงจำไม่ได้นะ เขาหันออกไปทันที แล้วเดินดูของต่อเหมือนไม่กี่วันก่อนจะไม่เกิดเรื่องขึ้นระหว่างเรา
ผมรู้สึกโล่งใจที่เขาจำอะไรไม่ได้ แต่น่าแปลกที่ความรู้สึกน้อยๆ มันบ่งเสียดาย ว่าทำไมเขาไม่รู้ตัวบ้างนะ
.
.
.
.
เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น เกิดระหว่างขณะที่ผมเดินทางกลับบ้าน ทางบ้านผมทั้งเปลี่ยวและมืด แถมยังมีสถานบันเทิงอีก แต่ความจริงผมไม่กลัวเรื่องนั้นหรอก แต่ผมเป็นผู้ชายนี่นะ ยังไงก็ป้องกันตัวได้ แถมไม่มีผู้ชายหน้าไหนมาข่มขืนผมหรอก
และความคิดนั้นก็พังทลายลง เมื่อตอนที่โดนเขาฉุดลงข้างทางอย่างไม่ทันตั้งตัว ผมโดนกดนอนลงกับพื้นและล็อคแขนเอาไว้ กลิ่นแอลกอฮอล์หึ่งเต็มจมูกเลย
‘ท่าทางไอ้นี่จะเมาแฮะ’ ผมคิดเช่นนั้น แต่ก็ไม่ได้ตกใจอะไรมาก ยังไงคนไม่เมาก็มีแรงมากกว่าอยู่แล้ว เป็นเรื่องง่ายมากที่ผมจะดันตัวหมอนี่ออก
จู่ๆ มันก็กลับเป็นเรื่องยากไปในพริบตา เมื่อแสงจากไฟรถตกกระทบมาที่ใบหน้าของเขา ใบหน้าเรียวนั้นทำเอาใจผมแทบจะกระโจนออกมากอดเดี๋ยวนั้น กล้ามเนื้ออ่อนเรี่ยวแรงไปหมด ผมเผลอตัวให้เขายื่นใบหน้า เข้าใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ เขาใช้ปากนั้นปิดปากของผมทันที ความเปียกแฉะคืนสติกลับมาให้ผม
ผมผละตัวออกจาดเขาทันที ความรู้สึกขนลุกพองขึ้นมาทันที
‘จูบแรกของเรา เสียให้กับผู้ชายไปแล้ว!’ ผมได้เวลาตระหนกอยู่ไม่นาน มืออุ่นเข้ากอดผมจากทางด้านหลัง
“นี่ไม่พอใจหรอ” เขากระซิบข้างหูผม ทำเอาผมขนลุกฟู ใจเต้นไม่หยุด ใบหน้าแดงฝาดไปตามๆ กัน
“แกเป็นเกย์เรอะไงกันวะ มาเล่นกับไม้ป่าเดียวกันเนี่ย” ผมพูดแก้อาย พยายามแกะมือของเขาออกจากเอว เขาหัวเราะหึๆ
“อย่าเล่นตัวดิ ถ้าเป็นจริงๆ คงไม่ลากเธอมาหรอก” เขาตอบพลางลูบใบหน้าผม ผมอึ้งนิดหน่อย เขาพูดแบบนี้แสดงว่า เขากำลังคิดว่าเราเป็น ‘ผู้หญิง’ งั้นหรอ??
‘เอ๋อโดยธรรมชาติรึไงฟร่ะ’
“แกจะบ้าเรอะ ฉันน่ะชายแท้นะโว๊ย” ผมตะคอกใส่ปัดมืออุ่นออก หมอนั่นยิ้มออกมาแล้วพูดว่า “อายหรอ?”
“ไม่ได้อายโว๊ย!!” ผมตอบไปงั้น ความจริงอายจนร้อนหูเลย
“เธอน่ะ ผิวก็นุ่ม หน้าก็ขาว ปากแดง แก้มแดง จะให้เรียกว่าอะไรล่ะ”
‘นี่ตูเหมือนผู้หญิงขนาดนี้เลยหรอฟระ’ ผมแอบหงุดหงิดกับหมอนี่วะแล้ว
“เสื้อผ้านี่ระเกะระกะจริง” เขาดึงชายเสื้อยืดผมขึ้นสูง
“ไม่เอา ไม่ถอดเฟ้ย” ผมตั้งใจจะโวยวายแล้วเผ่นกลับบ้านซะที ไม่ทันไรหมอนี่หมอนี่ก็ผล็อยหลับคาอกทันที ให้ตายเหอะ ผมไม่เข้าใจเลย สงสัยคราวหน้าผมต้องระวังตัวให้มากกว่านี้หน่อยแล้ว
สุดท้ายผมต้องพาหมอนั่นไปพักที่โรงแรมสถานบันเทิง แถมยังโดนเคาเตอร์ คิดว่าเป็นเกย์อีก
.
.
.
.
“แกน่ะ อย่ามัวแต่เหม่อดิ”
เสียงนั้นกระชากผมออกจากภวังค์อีกครั้ง ใบหน้าเรียวจ้องผมอย่างไร้เยื่อใย บนเคาเตอร์มีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง บ่งบอกสัญญาณว่าผมต้องทำหน้าที่แล้ว
“แกเนี่ยคุ้นๆนะ เคยเห็นหน้าจากไหนรึเปล่า” เขาถามผมขณะที่ผมกำลังยิงเลเซอร์ไปที่หนังสือพิมพ์
‘แหงสิ ก็แกเล่นกระชากคนอื่นมาข่มขวัญนี่’
“ตอบสิวะ” เขาย้ำ
“ครับ ก็เราเคยเจอกันเมื่อ2วันก่อน” ผมตอบเขาไปตามความจริง
“2วันก่อน... จำได้ว่าฉันไม่ได้มานี่นี่นา”
“เจอที่ สถานบันเทิงที่ถัดจากที่นี่น่ะ” ผมกล่าว
“แกก็เข้าสถามบันเทิงกะเค้าด้วย?”
“ไม่ครับ มันเป็นทางผ่าน”
“อ่อ จำไม่ได้เลยแฮะ”
คำนี้ทำผมหงุดหงิด หมอนี่จำอะไรไว้ไม่เคยรับผิดชอบเลยเรอะไง
“ความจริง วันนั้นคุณเมามาก แล้วกระชากผมลงไปกดไว้ที่พื้น”
‘เวรล่ะตู เอ่ยมาแล้ว’ ใบหน้าเรียวชะงักเล็กน้อย
“ฉันเนี่ยนะ เป็นไปไม่ได้หรอกน่า ให้ตายฉันก็ทำผู้ชายไม่ลง” เขาเอ่ยด้วยท่าทางที่มั่นใจ แต่แกก็ทำไปแล้วล่ะว้า
“วันนั้นคุณจูบผมด้วย แถมยังปลดเสื้อผมอีก” ‘นี่ตูพูดอะไรลงไปฟร่ะ หน้าร้อนแทบจะออกมาเป็นควันอยู่แล้ว’ หมอนั้นอึ้งเล็กน้อยมือคลำปากอย่างหวั่นๆ
“คุรทำให้คนบริสุทธิ์ พลอยซวยแบบนี้ไม่คิดจะชดใช้เลยเรอะไง”
“ชดใช้เรอะ เรื่องแค่นี้ต้องชดใช้เรอะไงกัน แกเองก็ไม่ได้เสียหายอะไรวะหน่อย ใครๆ เขาก็ทำกันทั้งนั้น”
‘ฮึ่ย! พูดแบบนี้ มันน่าเจ็บใจนัก ไอ้มนุษย์พรรคนี้ไม่ควรร่อนอยู่ในกรุงโซล’
ผมไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี จะต่อว่าอะไรหมอนี่ก็ไม่ได้ เขาพูดถูกจริงๆ เดี๋ยวนี้คนเขาจูบดันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ไปแล้ว ผมได้แต่ยัดหนังสือพิมพ์เข้าถุงพลาสติก แล้วยื่นให้เขาโดยไว
เขาได้รับหนังสือพิมพ์และตังค์ทอนแล้วก็เดินทอดน่องอย่างสบายอารมณ์ ใจคอคิดจะให้ผมเจ็บจนตายอยู่ที่เคาเตอร์เลยเรอะไง
จู่ๆ เขาหันกลับมาทันที
“นี่บังเอิญ ไอ้หนังสือพิมพ์นี่แจกตั๋วสวนสนุกไว้ 2 ใบน่ะ บังเอิญฉันว่างพอดี แกเองจะไปเป็นเพื่อนก็ไม่ว่านะ” เขาเอ่ยขึ้นมา ทำเอาผมอดยิ้มไม่ได้ ใจผมดิ้นเร้าๆ อยากจะไปตอนนี้ซะให้ได้เลย นี่มันโชคดีบ้าอะไรกัน คิดว่าเขาเป็นพวกแล้วน้ำใจซะอีก
.
.
.
.
ซะเมื่อไหร่ล่ะ
เหมือนหนอนี่จะแก้เผ็ดผมเลย ตัวผมเองก็ไม่ถูกกับเครื่องเล่นผาดโผนพวกนั้นซะด้วยสิ แต่เครื่องเล่นแต่ละชนิดที่หมอนั่นเลือกมีแต่ รถไฟเหราะ ปลาหมึกตีลังกา ไวกิ้ง ยานอวกาศเอย อะไรต่อมิอะไร ผมว่านั่งม้าหมุนยังสนุกกว่าเยอะเลย ตอนมาก็ดันมาสาย พอมาถึงก็เอาแต่ลากไปเล่นของแบบนั้นเนี่ยนะ ผมว่านี่สวนนรกชัดๆ
ผมนั่งสลดใจบนม้านั่ง
“แกเนี่ยไม่ไหวเลยนะ มาสวนสนุกเอาแต่ตีหน้าเศร้าอยู่ได้”
‘ก็เพราะใครล่ะฟร่ะ’ ผมค่อยเงยหน้าขึ้นมา จู่ๆ ไอติมก็จ่อหน้า
“กินนี่ซะ” เป็นครั้งแรกทีเห็นเค้าใจดีกับผมแบบนี้ ความจริงเค้าก็คงมีด้านน่ารักแบบนี้เหมือนกันแฮะ ผมรับไอติมจากเค้าด้วยความเต็มใจ
“ไม่ได้ฟรีหรอกนะ”
‘ขอเปลี่ยนใจว่ะ’
นี่ตั้งใจจะให้ผมกินไอติมทั้งน้ำตาสินะ ผมคงบ้าไปแล้ว ที่ตอบรับคำชวนของหมอนี่ได้อย่างง่ายดายนัก
ใบหน้าเรียวนั่งจ้องผมนั่ง
“มองไรน่ะ” ผมพูดอย่างเขินๆ ผมกินไม่ค่อยถนัดเท่าไร่ ถ้ามีคนมาจ้องแบบนี้
“อยู่นิ่งๆนะ” เขาเอ่ยขึ้น แล้วเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ๆ ผมรู้สึกได้ถึงความเปียกแฉะที่มุมปาก ทำเอาใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าของผมร้อนรุ่มจนควันสามารถออกมาตามรูได้เลย
“นะ! นายจะทำอะไรน่ะ นี่มันสาธารณะนะ” ผมผละเขาออกด้วยความอาย
‘อึ๋ย! ใบหน้าร้อนจี๋เลย เขาจะรู้มั๊ยนะ!’ ผมกุมใบหน้าตัวเองไว้แล้วคิดแบบนี้ แต่ก็อดใจไม่ได้ที่จะให้เขารู้บ้างเหอะ
“โทษที นายคงจะตกใจสินะ เมื่อกี้นายดูน่ารักมากเลย ฉันก็เลยเผลอ” เขาพูดเช่นนี้
‘เผลองั้นเหรอ? เขามองผมซ้อนทับกับผู้หญิงอีกแล้ว ’ ความรู้สึกเสียใจมันเพิ่มพูนขึ้นมาในอกอย่างน่าประหลาด
“เรื่องนั้นช่างมันเหอะ” ผมกล่าวปัดไป มันไม่ยุติธรรมเลยที่เวลาเขาจ้องมองมานั้นทำให้ผมใจสั่นได้เพียงนี้
“ถ้านายพาฉันมาเพราะฉันหน้าเหมือนผู้หญิง นายก็น่าจะไปควงผู้หญิงจริงๆมานะ เพราะงั้นฉันกลับล่ะ”
เป็นการที่ผมคิดผิดไป ที่หลวมตัวมาให้เขานั่งเล่นในใจได้ แต่ก็ต้องชมเขาเหมือนกันที่สามารถทำให้ผมหวั่นไหวได้ ทั้งๆที่ไม่รู้จักชื่อ
“ดงเฮ” เขาเรียกชื่อผม ผมไม่อยากจะเชื่อ เขารู้จักชื่อผมได้ไง ผมหันมาหาเขา
“จะให้ควงผู้ชายหรือผู้หญิงก็คงไม่ได้หรอก ถ้าไม่ใช่นาย” เขาเอ่ยขึ้น ใจผมเต้นเร้าไม่เป็นจังหวะ ‘หมายความว่ายังไง เขาไม่ใช่พวกนิยมไม้ป่าเดียวกันนี่’ แต่ลึกๆผมหวังว่าเขาจะเป็นพวกนั้น นี่ผมเป็นพวกนั้นไปตั้งแต่เมื่อไหร่นะ คิดไปก็ทุเรศตัวเองเอาเหมือนกัน แต่ใจกลับบอกว่า ‘ต่อให้เป็นก็ช่างมัน’
“ทำไมต้องเป็นฉัน” ผมถามเขา
“เพราะฉัน....ชอบ....นาย” เขาเอ่ยขึ้น มันกะทันหันจนผมตั้งตัวไม่ทัน ใจที่เต้นไปมาอย่างดีใจออกนอกหน้านี่มันอะไรกัน สายตานั้นจ่องใบหน้าแดงก่ำด้วยดวงตาอ้อนวอน
“ฉันจะเชื่อนายได้ยังไงในเมื่อ ก่อนหน้านั้นนายยังบอกอยู่เลยว่าไม่ใช่พวก y”
“ก็ฉันโกหกนายไงล่ะ” เขาแย้งขึ้น ทำเอาผมชะงัก ที่ผ่านมาผมโดนหลอกหรอเนี่ย
“ฉันแอบมองนายมาตลอดจากสถานบันเทิงแห่งนั้น นายน่ะชอบเดินคนเดียวแบบนั้น รู้มั๊ยว่ามันอันตรายแค่ไหน”
‘รู้สึกเหมือนกำลังโดนสั่งสอนอยู่เลย’ แต่ผมก็อดนึกดีใจไม่ได้ที่เขาเป็นห่วงผมขนาดนี้
“นายพูดแบบนี้สุดท้ายนายก็ทำวะเองไม่ใช่รึไง”
“เรื่องแนไม่ใช่ความผิดฉันซะหน่อย”
“พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง นายคงไม่คิดจะชดใช้เลยสินะ”
เขาดึงผมเข้ามาในอ้อมกอด
“นายจะทำอะไรน่ะ” ผมจะขัดขืนแต่ต้องหยุดชะงักด้วยเสียงหัวใจที่ดังไม่เป็นจังหวะที่ส่งผ่านมา หน้าหวานเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อผมมองใบหน้าเรียวนั่นก็แดงแป๊ดเหมือนกัน
“ผิดที่นายที่มีรอยยิ้มแบบนั้น ผิดที่นายที่ทำให้ฉันต้องหวั่นไหว ผิดที่นายที่ทำให้ฉันรักหัวปักหัวปำ”
คำพูดนั้นหลอมบจนผมละลายได้ทั้งตัว
“ฉะนั้น สิ่งเดียวที่ฉันจะชดใช้คือ เป็นแฟนของลีดงเฮ!”
ตอนนี้เหมือนหัวใจจะเต้นไปตามจังหวะหัวใจที่เขาได้ทอดสะพานมาถึงผม ผมยิ้มน้อยๆที่มุมปาก แก้ความเขินทั้งหมดที่ก่อตัวขึ้นอย่างฉับพลัน
“ได้ยินชัดเลยล่ะ”
“ เสียงหัวใจของนาย”
.
.
.
.
“สวัสดีค่ะวันนี้ รายการพยากรณ์รายวันค่ะ”
ทุกครั้งที่ผมทำงานที่ 7-11 ผมมักจะเปิดวิทยุฟังรายการเดิมๆตลอด
“สำหรับราสีตุลย์ ดวงวันนี้ความรักของคุณจะแช่มชื่น และจะมีคนเอาใจใส่บ่อย”
ติ้ง ต่อง
ลูกค้ารายแรกของวันนี้ถือช่อดอกไม้มาด้วย ใบหน้าเรียวนั้นยิ้มให้ผมอย่างเป็นมิตร ตั้งแต่วันนั้นก็ 2 ปีแล้วสินะ ผมส่งยิ้มให้ที่รักของผม
“ขอบคุณนะ คิบอม”
THE END